blue bottle experiment

การทดลองขวดสีน้ำเงิน (blue bottle experiment)

น้ำตาลกลูโคส ที่อยู่สารละลายที่เป็นด่าง จะมีคุณสมบัติเป็นตัวรีดิวซ์ เมื่อเติมเมทิลลีนบลู (อินดิเคเตอร์สีฟ้า) ลงไปจะถูกรีดิวซ์ด้วยกลูโคส จะไม่มีสี หากทำการเขย่าสารละลายนี้จะมีความเข้มข้นของออกซิเจนเพิ่มขึ้น และเมทิลลีนบลู จะถูกออกซิไดซ์ กลับคืนเป็นสีฟ้าอีกครั้ง หลังจากเขย่าสารละลายนี้แล้ว หากทิ้งสารละลายไว้ก็จะกลับกลายเป็นสารละลายที่ไม่มีสีอีกครั้ง เนื่องจากเมทิลลีนบลูถูกรีดิวซ์ด้วยน้ำตาลกลูโคสในสภาวะที่ไม่มีออกซิเจน

การทดลองนี้มีความน่าสนในเป็นอย่างมาก เมื่อเขย่าสารละลายจะมีสีฟ้าเกิดขึ้น และเมื่อตั้งทิ้งไว้สักครู่สารละลายก็จะกลับกลายเป็นสารละลายที่ไม่มีสี เราสามารถทำกลับไป กลับมาได้หลายครั้ง และยังแสดงถึงสมดุลของปฏิกิริยารีดอกซ์อีกด้วย

อุปกรณ์ และสารเคมี

1. แว่นตากันสารเคมี

2. ขวดแก้วใส่สารเคมีขนาด 1 ลิตร (ขวดรูปชมพู่ หรือ ขวดแก้วอื่นๆ)

3. จุกยางสีดำสำหรับอุดปากขวดรูปชมพู่

4. โซดาไฟ (sodium hydroxide) 8 กรัม

5. น้ำตาลกูลโคส (glucose or dextrose) 10 กรัม

6. สารเมทิลลีนบลู (methylene blue) 0.05 กรัม

 

วิธีการทดลอง

1. สวมแว่นตากันสารเคมีให้เรียบร้อย

2. ละลายเมทิลลีนบลู 0.05 กรัม ในสารละลาย เอทานอล 0.1% (v/v) 50 มิลลิลิตร

3. ชั่งโซดาไฟ 8 กรัม และเทใส่ขวดรูปชมพู่ขนาด 1 ลิตร

4. เติมน้ำกลั่น 300 มิลลิลิตร และ กลูโคส 10 กรัม คนให้กลูโคสละลายจนหมด

5. เติมสารละลายเมทิลลีนบลูลงไป 5 มิลลิลิตร

6. คนให้สารละลายเป็นเนื้อเดียว และตั้งทิ้งไว้ประมาณ 1 นาที สารละลายจะเปลี่ยนจากสีฟ้า เป็นสารละลายใส ไม่มีสี หลังจากนั้นให้ปิดด้วยจุกยาง

7. ติดฉลากขวดระบุว่าเป็นสารอันตรายห้ามรับประทาน

8. ทดสอบเขย่า สารละลายจะกลับมาเป็นสีฟ้าอีกครั้ง

 

หมายเหตุ : เมื่อทิ้งสารละลายไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง สารละลายจะกลายเป็นสีเหลือง ไม่กลับมาเป็นสีฟ้าอีก

Popularity: unranked [?]

ขวดแก้วเลอชาเตอร์ลิเอร์ (La Chatelier flask)

ขวดแก้วเลอชาเตอร์ลิเอร์ (La Chatelier flask) มีชื่อเรียกอย่างอื่นว่า ขวดหาค่าความถ่วงจำเพาะ (Specific Gravity bottle) ขวดหาค่าความถ่วงจำเพาะของซีเมนต์ (cement pycnometer) เป็นขวดแก้วที่ใช้สำหรับวิเคราะห์หาค่าความถ่วงจำเพาะของ ไฮดรอลิกซีเมนต์ ฝุ่น ทราย และวัสดุอื่นๆ ทีมีลักษณะเป็นผงละเอียด รูปร่างของขวดแก้วเลอชาเตอร์ลิเอร์ คล้ายกับขวดวัดปริมาตร (volumetric flask) ดังแสดงในรูป ซึ่งเป็นขวดแก้วใส บรรจุของเหลวได้ประมาณ 250 มิลลิลิตร ที่คอขวดจะมีกระเปาะแก้วจุของเหลวได้ 17 มิลลิลิตร ด้านล่างกระเปาะแก้ว มีขีดแสดงปริมาตรซึ่งเริ่มจาก 0 ถึง 1 การแบ่งสเกลมีความละเอียด 0.1 มิลลิลิตร ส่วนที่คอขวดด้านบนกระเปาะแก้ว จะมีขีดบอกปริมาตรตั้งแต่ 18 ถึง 24 มล. โดยการแบ่งสเกลมีความละเอียด 0.1 มิลลิลิตรเช่นกัน ขวดเลอชาเตอร์ลิเอร์นี้จะมีฝาขวดแก้วสำหรับปิด ป้องการของเหลวไหลออกมาเมื่อต้องการเขย่า ผสมของเหลวและตัวอย่างของแข็งในระหว่างการทดลอง

Popularity: 1% [?]

อุปกรณ์ควบแน่นด้วยความเย็น cold trap

อุปกรณ์การควบแน่นด้วยความเย็น (cold trap) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการควบแน่นไอของสาร วัตถุประสงค์ใช้เพื่อป้องกันไอของสารที่เกิดจากการลดความดัน ไหลผ่านเข้าไปยังปั้มสุญญากาศ ปั้มสุญญากาศชนิด mechanical rotary pumps จะใช้น้ำมัน และสารหล่อลื่น ในตัวปั้ม หากมีไอสารเคมีเข้ามาในตัวปั้ม จะทำให้เกิดการปนเปื้อน หรือทำให้ปั้มสูญญากาศเสียหายได้

นอกจากนั้นยังใข้สำหรับการทดลองการกลั่น และการควบแน่น โดยการควบแน่นจะมีการควบคุมอุณหภูมิที่ต่ำมากๆ โดยใช้ไนโตรเจนเหลว (liquid nitrogen) หรือ สารผสมระหว่างน้ำแข็งแห้งและอะซีโตน หรือใช้ตัวทำละลาย อื่นๆ ที่มีจุดหลอมเหลวที่ต่ำๆ ในอุตสาหกรรม cold trap จะหมายถึงส่วนควบแน่น (condenser)

 

Popularity: 1% [?]

กรีส (grease)

กรีส (grease) ที่ใช้ในห้องปฏิบัติการ จะใช้สำหรับหล่อลื่นก๊อกแก้วที่ควบคุมการเปิดปิดอุปกรณ์ต่างๆ ทางวิทยาศาสตร์ เช่น บิวเรตต์ กรวยแยก หรือใช้ทาข้อต่อชุดกลั่นที่ทำด้วยแก้วในห้องปฏิบัติการ เพื่อป้องการการติดแน่นของแก้ว ทำให้แกะออกยาก และป้องกันสารเคมีภายใน และอากาศภายนอกเข้ามาทำปฏิกิริยา หรือเจือปนกัน

เพื่อให้สามารถใช้งาน กรีส ได้อย่างง่าย ทำได้โดยบรรจุกรีสลงไปในกระบอกฉีดยา เมื่อต้องการใช้งานสามารถบีบออกมาได้อย่างง่าย กรีสแบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่ ฟลูออโรอีเทอร์ กรีส (fluoroether-base  grease) และ ซิลิโคน กรีส (Silicone-base vacuum grease) ใช้ทาข้อต่อในงานทางด้านสุญญากาศ ซิลิโคนกรีสจะมีราคาถูกกว่า ฟลูออโรอีเทอร์ กรีส แต่ฟลูออโรอีเทอร์ กรีส จะมีคุณสมบัติที่เฉื่อย ไม่ทำปฏิกิริยากับ กรด เบส ตัวทำละลายหลายชนิด และสารออกซิไดซ์

กรีสสามารถละลายได้ในตัวทำละลายอินทรีย์ เมื่อใช้แล้วอาจเกิดการปนเปื้อนปฏิกิริยาได้ เมื่อใช้แล้วจำเป็นต้องล้างเครื่องแก้วให้สะอาด โดยล้างด้วยสารเพนเทน(pentane) หรือ เฮกเซน (hexane) ซิลิโคนกรีส จะล้างออกได้ยากกว่าสามารถล้างออกได้โดยแช่ในสารละลายเบส

Popularity: 1% [?]

การหลอมเครื่องประดับทองคำ (gold melting)

การหลอมเครื่องประดับทองคำ (gold melting)

การหลอมเครื่องประดับทองคำ เช่น สร้อยคอ แหวน เพื่อสร้างลายของสร้อยขึ้นใหม่ สามารถทำได้อย่างง่าย แต่ก็มีข้อควรระวังอันตราย เนื่องจากต้องใช้ความร้อนที่ค่อนข้างสูง การหลอมจะทำในภาชนะบรรจุที่ทนไฟ หรือทนความร้อนสูงได้ ภาชนะดังกล่าวคือ ถ้วยเผาสารที่ทำมากจากแก้วควอทซ์ (quartz silica melting crucible) ทองมีจุดหลอมเหลวที่อุณหภูมิ 1943 องศาฟาเรนไฮท์ หรือ 1062 องศาเซลเซียส นอกจากถ้วยเผาสารแล้ว สิ่งที่ใช้ร่วมกับถ้วยเผาสารคือ คีมคีบ (Tongs) ใช้สำหรับจับ เคลื่อนย้ายถ้วยเผาสาร ซึ่งคีมคีบนี้จะต้องทำมากจากวัสดุที่ทนความร้อนเช่นเดียวกัน

หากทองไม่บริสุทธิ์ หรือมีสารอื่นเจือปนอยู่ จะต้องใช้สารเคมีบางชนิด ผสมลงไปในระหว่างการเผา เรียกว่าฟลั๊กซ์ (Flux) โดยปกตินิยมใช้บอแรกซ์ (Borax) และโซเดียมคาร์บอเนต (Sodium carbonate) การหลอมทองควรทำในสถานที่ที่ปลอดภัย มีการระบายอากาศได้ดี และไม่มีวัตถุที่ติดไฟได้ง่าย นอกจากนั้นจะต้องใส่อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล ได้แก่ แว่นตา หน้ากากบังหน้า ถุงมือทนความร้อน เพื่อความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานด้วย

 

Popularity: 1% [?]

แอร์ล็อคสำหรับหมัก Fermentation lock

แอร์ล็อคสำหรับการหมัก (The fermentation lock or airlock) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการหมักไวน์และเบียร์ ที่ยอมให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ผ่านออกมาจากถังหมักได้ในระหว่างการหมัก แต่ไม่ยอมให้อากาศภายนอกเข้าไปในถังหมักได้ ทำให้สามารถป้องกันการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันในกระบวนการหมัก ปัจจุบันแอร์ล็อคทำด้วยพลาสติกใส สามารถมองเห็นภายในได้ การติดตั้งแอร์ล็อคจะติดไว้ที่ฝาหรือส่วนบนของถังหมัก โดยท่อของแอร์ล็อคจะสัมผัสกับส่วนที่เป็นอากาศภายในถังหมัก อาจจะใช้แอร์ล็อคสวมเข้ากับจุกยางแล้วนำไปสวมกับปากถังหมัก หรืออาจจะเจาะฝาถังหมักแล้วใส่ท่อแอร์ล็อคเข้าไปแล้วซีลด้วยซิลิโคนก็ได้

อุปกรณ์แอร์ล็อคนี้ออกแบบให้เติมน้ำลงไปครึ่งหนึ่งของถ้วยใส่น้ำ เมื่อความดันของแก๊สในถังหมักมากกว่าความดันภายนอก แก๊สจะดันผ่านน้ำเป็นฟองปุดออกมายังอากาศภายนอก

 

Popularity: 1% [?]

Search
Glassware Chemical Products