Author Archive

การสังเคราะห์สาร โดยวิธีไฮโดรเทอร์มัล (Hydrothermal synthesis)

การสังเคราะห์สาร โดยวิธีไฮโดรเทอร์มัล (Hydrothermal synthesis) เป็นวิธีการสังเคราะห์สารหรือการทำให้เกิดผลึก ในสภาวะที่ใช้อุณหภูมิ และความดันสูง ในตัวทำละลายที่เป็นน้ำ (hydrothermal)  การปลูกผลึกโดยวิธีนี้จะใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า autocalve or Teflon lined Hydrothermal Synthesis Autoclave Reactor โดยทั่วไป autoclave  นี้จะประกอบด้วย กระบอกและฝาปิดอย่างหนาที่ทำด้วยสแตนแลสสตีล (Stainless steel) ซึ่งยึดกันด้วยเกลียวของฝาและกระบอกสเตนเลส หรือใช้น๊อตหกเหลี่ยมที่มีเกลียวยึดฝาและกระบอกสเตนเลส ภายในกระบอกสแตนเลสจะมีภาชนะที่มีลักษณะเป็นกระบอกมีฝาปิดเช่นเดียวกัน ใช้สำหรับใส่สารเคมีและตัวทำละลายต่างๆ วัสดุที่ใช้จะต้องทนกรด-ด่าง รวมถึงทนความร้อนและความดันสูงได้ ซึ่งวัสดุนี้จะทำมาจากเทฟลอน (Teflon) และจะมียางที่ทนความร้อน (O-ring) ประกบระหว่างฝาปิดและกระบอกเทฟลอน เพื่อป้องกันไอของสารรั่วออกมา

ข้อดีของการสังเคราะห์สารหรือการปลูกผลึกด้วยวิธีนี้คือ สามารถสังเคราะห์สารที่ผลึกไม่มีเสถียรภาพที่จุดหลอมเหลว, ผลึกวัสดุที่มีความดันไอสูงใกล้กับจุดหลอมเหลว, สามารถควบคุมขนาดผลึกให้เล็กหรือใหญ่ได้ โดยการปรับอัตราส่วนของสารเคมีที่เป็นส่วนประกอบ และผลึกที่ได้ยังมีคุณภาพดีอีกด้วย ส่วนข้อเสีย คือ ใช้อุปกรณ์ที่มีราคาสูง และ ไม่สามารถสังเกตเห็นกระบวนการเกิดผลึกในขณะทำการทดลองได้

 

Popularity: 1% [?]

VX nerve agent

VX (nerve agent) เป็นสารพิษอันตรายมาก ที่อยู่ในกลุ่มสารพิษชนิดออกาโนฟอสเฟต (โครงสร้างทางเคมีประกอบด้วยธาตุ PO และ CH) ชื่อตาม IUPAC คือ O-ethyl S-[2-(diisopropylamino)ethyl] methylphosphonothioate

ลักษณะสารเป็นของเหลวสีน้ำตาล มีความหนืดสูงคล้ายน้ำมันเครื่อง ไม่มีกลิ่นและรส มีฤทธิ์ทำลายระบบประสาทของร่างกาย ในสงครามใช้เป็นอาวุธเคมี มีความเป็นอันตรายมากกว่า ซาริน ที่ทำลายระบบประสาทเช่นเดียวกัน เมื่อ VX nerve agent สัมผัสกับผิวหนังในปริมาณ 10 มิลลิกรัม หรือหากสารนี้อยู่ในอากาศและสูดดมเข้าไปในปริมาณ 30-50 mg.min/m3 ก็เพียงพอที่จะทำให้ได้รับอันตรายได้แล้ว โดยอันตรายทีเกิดขึ้นคือการรบกวนการส่งสัญญาณของกระแสประสาท ทำให้มีอาการชัก หมดสติ อัมพาต และภาวะหายใจล้มเหลว

การปฐมพยาบาลเบื้องต้น เมื่อสัมผัสกับ VX (nerve agent) ต้องรีบเช็ดหรือทำความสะอาดผิวหนังให้เร็วที่สุด และออกจากพื้นที่มีมีการแพร่ หรือการปนเปื้อน ไปอยู่ในที่ปลอดภัยอากาศถ่ายเทสะดวก จากนั้นนำผู้สัมผัสสารพิษ พบแพทย์เพื่อทำการรักษาต่อไป

Popularity: 1% [?]

blue bottle experiment

การทดลองขวดสีน้ำเงิน (blue bottle experiment)

น้ำตาลกลูโคส ที่อยู่สารละลายที่เป็นด่าง จะมีคุณสมบัติเป็นตัวรีดิวซ์ เมื่อเติมเมทิลลีนบลู (อินดิเคเตอร์สีฟ้า) ลงไปจะถูกรีดิวซ์ด้วยกลูโคส จะไม่มีสี หากทำการเขย่าสารละลายนี้จะมีความเข้มข้นของออกซิเจนเพิ่มขึ้น และเมทิลลีนบลู จะถูกออกซิไดซ์ กลับคืนเป็นสีฟ้าอีกครั้ง หลังจากเขย่าสารละลายนี้แล้ว หากทิ้งสารละลายไว้ก็จะกลับกลายเป็นสารละลายที่ไม่มีสีอีกครั้ง เนื่องจากเมทิลลีนบลูถูกรีดิวซ์ด้วยน้ำตาลกลูโคสในสภาวะที่ไม่มีออกซิเจน

การทดลองนี้มีความน่าสนในเป็นอย่างมาก เมื่อเขย่าสารละลายจะมีสีฟ้าเกิดขึ้น และเมื่อตั้งทิ้งไว้สักครู่สารละลายก็จะกลับกลายเป็นสารละลายที่ไม่มีสี เราสามารถทำกลับไป กลับมาได้หลายครั้ง และยังแสดงถึงสมดุลของปฏิกิริยารีดอกซ์อีกด้วย

อุปกรณ์ และสารเคมี

1. แว่นตากันสารเคมี

2. ขวดแก้วใส่สารเคมีขนาด 1 ลิตร (ขวดรูปชมพู่ หรือ ขวดแก้วอื่นๆ)

3. จุกยางสีดำสำหรับอุดปากขวดรูปชมพู่

4. โซดาไฟ (sodium hydroxide) 8 กรัม

5. น้ำตาลกูลโคส (glucose or dextrose) 10 กรัม

6. สารเมทิลลีนบลู (methylene blue) 0.05 กรัม

 

วิธีการทดลอง

1. สวมแว่นตากันสารเคมีให้เรียบร้อย

2. ละลายเมทิลลีนบลู 0.05 กรัม ในสารละลาย เอทานอล 0.1% (v/v) 50 มิลลิลิตร

3. ชั่งโซดาไฟ 8 กรัม และเทใส่ขวดรูปชมพู่ขนาด 1 ลิตร

4. เติมน้ำกลั่น 300 มิลลิลิตร และ กลูโคส 10 กรัม คนให้กลูโคสละลายจนหมด

5. เติมสารละลายเมทิลลีนบลูลงไป 5 มิลลิลิตร

6. คนให้สารละลายเป็นเนื้อเดียว และตั้งทิ้งไว้ประมาณ 1 นาที สารละลายจะเปลี่ยนจากสีฟ้า เป็นสารละลายใส ไม่มีสี หลังจากนั้นให้ปิดด้วยจุกยาง

7. ติดฉลากขวดระบุว่าเป็นสารอันตรายห้ามรับประทาน

8. ทดสอบเขย่า สารละลายจะกลับมาเป็นสีฟ้าอีกครั้ง

 

หมายเหตุ : เมื่อทิ้งสารละลายไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง สารละลายจะกลายเป็นสีเหลือง ไม่กลับมาเป็นสีฟ้าอีก

links: https://www.youtube.com/watch?v=MWJ-peS388o

Popularity: 1% [?]

ขวดแก้วเลอชาเตอร์ลิเอร์ (La Chatelier flask)

ขวดแก้วเลอชาเตอร์ลิเอร์ (La Chatelier flask) มีชื่อเรียกอย่างอื่นว่า ขวดหาค่าความถ่วงจำเพาะ (Specific Gravity bottle) ขวดหาค่าความถ่วงจำเพาะของซีเมนต์ (cement pycnometer) เป็นขวดแก้วที่ใช้สำหรับวิเคราะห์หาค่าความถ่วงจำเพาะของ ไฮดรอลิกซีเมนต์ ฝุ่น ทราย และวัสดุอื่นๆ ทีมีลักษณะเป็นผงละเอียด รูปร่างของขวดแก้วเลอชาเตอร์ลิเอร์ คล้ายกับขวดวัดปริมาตร (volumetric flask) ดังแสดงในรูป ซึ่งเป็นขวดแก้วใส บรรจุของเหลวได้ประมาณ 250 มิลลิลิตร ที่คอขวดจะมีกระเปาะแก้วจุของเหลวได้ 17 มิลลิลิตร ด้านล่างกระเปาะแก้ว มีขีดแสดงปริมาตรซึ่งเริ่มจาก 0 ถึง 1 การแบ่งสเกลมีความละเอียด 0.1 มิลลิลิตร ส่วนที่คอขวดด้านบนกระเปาะแก้ว จะมีขีดบอกปริมาตรตั้งแต่ 18 ถึง 24 มล. โดยการแบ่งสเกลมีความละเอียด 0.1 มิลลิลิตรเช่นกัน ขวดเลอชาเตอร์ลิเอร์นี้จะมีฝาขวดแก้วสำหรับปิด ป้องการของเหลวไหลออกมาเมื่อต้องการเขย่า ผสมของเหลวและตัวอย่างของแข็งในระหว่างการทดลอง

Popularity: 1% [?]

อุปกรณ์ควบแน่นด้วยความเย็น cold trap

อุปกรณ์การควบแน่นด้วยความเย็น (cold trap) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการควบแน่นไอของสาร วัตถุประสงค์ใช้เพื่อป้องกันไอของสารที่เกิดจากการลดความดัน ไหลผ่านเข้าไปยังปั้มสุญญากาศ ปั้มสุญญากาศชนิด mechanical rotary pumps จะใช้น้ำมัน และสารหล่อลื่น ในตัวปั้ม หากมีไอสารเคมีเข้ามาในตัวปั้ม จะทำให้เกิดการปนเปื้อน หรือทำให้ปั้มสูญญากาศเสียหายได้

นอกจากนั้นยังใข้สำหรับการทดลองการกลั่น และการควบแน่น โดยการควบแน่นจะมีการควบคุมอุณหภูมิที่ต่ำมากๆ โดยใช้ไนโตรเจนเหลว (liquid nitrogen) หรือ สารผสมระหว่างน้ำแข็งแห้งและอะซีโตน หรือใช้ตัวทำละลาย อื่นๆ ที่มีจุดหลอมเหลวที่ต่ำๆ ในอุตสาหกรรม cold trap จะหมายถึงส่วนควบแน่น (condenser)

 

Popularity: 1% [?]

กรีส (grease)

กรีส (grease) ที่ใช้ในห้องปฏิบัติการ จะใช้สำหรับหล่อลื่นก๊อกแก้วที่ควบคุมการเปิดปิดอุปกรณ์ต่างๆ ทางวิทยาศาสตร์ เช่น บิวเรตต์ กรวยแยก หรือใช้ทาข้อต่อชุดกลั่นที่ทำด้วยแก้วในห้องปฏิบัติการ เพื่อป้องการการติดแน่นของแก้ว ทำให้แกะออกยาก และป้องกันสารเคมีภายใน และอากาศภายนอกเข้ามาทำปฏิกิริยา หรือเจือปนกัน

เพื่อให้สามารถใช้งาน กรีส ได้อย่างง่าย ทำได้โดยบรรจุกรีสลงไปในกระบอกฉีดยา เมื่อต้องการใช้งานสามารถบีบออกมาได้อย่างง่าย กรีสแบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่ ฟลูออโรอีเทอร์ กรีส (fluoroether-base  grease) และ ซิลิโคน กรีส (Silicone-base vacuum grease) ใช้ทาข้อต่อในงานทางด้านสุญญากาศ ซิลิโคนกรีสจะมีราคาถูกกว่า ฟลูออโรอีเทอร์ กรีส แต่ฟลูออโรอีเทอร์ กรีส จะมีคุณสมบัติที่เฉื่อย ไม่ทำปฏิกิริยากับ กรด เบส ตัวทำละลายหลายชนิด และสารออกซิไดซ์

กรีสสามารถละลายได้ในตัวทำละลายอินทรีย์ เมื่อใช้แล้วอาจเกิดการปนเปื้อนปฏิกิริยาได้ เมื่อใช้แล้วจำเป็นต้องล้างเครื่องแก้วให้สะอาด โดยล้างด้วยสารเพนเทน(pentane) หรือ เฮกเซน (hexane) ซิลิโคนกรีส จะล้างออกได้ยากกว่าสามารถล้างออกได้โดยแช่ในสารละลายเบส

Popularity: 1% [?]

Search
Glassware Chemical Products