Archive for the ‘เครื่องแก้ว (glassware)’ Category

หลอดดักแก๊ส Durham tubes

หลอดเดอแฮม (Durham tubes) โดยทั่วไปจะใช้ทดลองทางชีววิทยา เพื่อติดตามตรวจวัดแก๊สที่เกิดขึ้นจากจุลชีพ ในการทดลองจะใช้หลอดเดอแฮม หรือ หลอดทดลองขนาดเล็ก (ขนาด 5X50 mm) ใส่ลงไปในลักษณะคว่ำลง ลงไปในหลอดทดลองขนาดใหญ่อีกอันหนึ่ง เริ่มต้นการทดลองจะใส่อาหารเลี้ยงเชื้อที่จุลชีพสามารถเจริญเติบโตได้ลงไปในหลอดเดอแฮมนี้ก่อน จากนั้นนำไปบ่มในตู้บ่ม (incubator)  ที่มีสภาวะที่เหมาะสมสำหรับการเจริญเติบโตของจุลชีพ หากมีแก๊สเกิดขึ้นหลังจากการบ่ม แก๊สจะถูกดักไว้ในหลอดเดอแฮมนี้ ในช่วงเริ่มต้นหลังจากที่คว่ำหลอดเดอแฮมลงไปในอาหารเลี้ยงเชื้อจะพบฟองอากาศอยู่ด้านบน ฟองอากาศนี้จะถูกไล่ออกไปหลังจากผ่านกระบวนการสเตอร์ริไลซ์ ที่อุณหภูมิ 121 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 15 นาที

Popularity: 2% [?]

จานเพาะเชื้อ (petri dish)

จานเพาะเชื้อ (petri dish) ใช้สำหรับเพาะเลี้ยงเชื้อ
หรือเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อของพืช ทำด้วยวัสดุที่เป็นแก้ว หรือพลาสติก
มีลักษณะเป็นรูปจานทรงกระบอก จานเพาะเชื้อนี้สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้
โดยการทำให้ปราศจากเชื้อก่อน ด้วยวิธีการ สเตอริไรส์ (Sterilization) ในหม้อนึ่งความดัน (autoclave) หรือ
ให้ความร้อนในตู้อบ ที่อุณหภูมิ 160 °C เป็นเวลา 1 ชั่วโมง
หากทำการฆ่าเชื้อได้ไม่หมด
เมื่อนำจานเพาะเชื้อมาใช้ใหม่จะทำให้เกิดการปนเปื้อนของเชื้อได้
เพื่อป้องกันหรือหลีกเลี่ยงการปนเปื้อนสามารถใช้จานเพาะเชื้อแบบพลาสติกแทนได้ โดยใช้แล้วทิ้ง
ไม่นำกลับมาใช้ใหม่ หากมีจานเพาะเชื้อจำนวนมาก
สามารถนำมาเรียงซ้อนกันในภาชนะทรงกระบอก ที่เรียกว่ากระบอกใส่จานเพาะเชื้อ (petri dish can)

Popularity: 1% [?]

ขวดชั่งสาร(weighing bottle)

 ขวดชั่งสาร (Weighing bottles)

ขวดชั่งสาร เป็นอุปกรณ์เครื่องแก้วที่ใช้ในห้องปฏิบัติการ ใช้สำหรับการชั่งสารที่เป็นของแข็งให้มีความถูกต้องมากกว่าการชั่งแบบทั่วไป

โดยส่วนใหญ่แล้ววัสดุที่ใช้ผลิตขวดชั่งสารทำมาจากแก้วที่บางและแตกง่าย หรือบางครั้งอาจใช้วัสดุที่ทำมาจากเซรามิก หรือ พลาสติก รูปร่างรูปทรงขวดชั่งสารนั้นจะแตกต่างกันไป ที่นิยมจะมีอยู่ 2 ลักษณะด้วยกันคือ

    Read the rest of this entry »

Popularity: 8% [?]

เครื่องแก้ววิทยาศาสตร์ (science glassware)

science-glassware

เครื่องแก้วและวัสดุวิทยาศาสตร์

รายการอุปกรณ์เครื่องแก้ว และวัสดุอุปกรณ์วิทยาศาสตร์  (glassware and equipment) ที่เป็นอุปกรณ์พื้นฐานพบได้ทั่วไปในห้องปฏิบัติการ จะมีการจัดเก็บไว้ภายในตู้ปฏิบัติการ  ส่วนใหญ่แล้วจะมีรายการดังต่อไปนี้

  1. กระบอกตวง (graduated cylinder)
  2. บีกเกอร์ (beaker)
  3. แท่งแก้วคนสารละลาย (stirring rods)
  4. ขวดฉีดน้ำกลั่น (wash bottle)
  5. กรวย (funnel)
  6. ขวดรูปชมพู่ หรือขวดรูปกรวย (Erlenmeyer flask)
  7. หลอดทดลอง (test tube)
  8. ที่วางหลอดทดลอง (test tube rack)
  9. แผ่นแก้ว (glass plate)
  10. ตะแกรงลวด (wire gauze)
  11. คีมคีบถ้วยครูซิเบิล (crucible tong)
  12. ช้อนตักสาร (spatula)
  13. กระดาษลิตมัส สีแดงและสีน้ำเงิน (litmus, red and blue)
  14. กระจกนาฬิกา (watch glasses)
  15. ถ้วยระเหยสาร (evaporating disk)
  16. หลอดหยด (dropping pipette, dropper)
  17. ที่จับหลอดทดลอง (test tube holder)
  18. แปรงล้างหลอดทดลอง (test tube brush)
  19. ปากกาเขียนแก้ว (marking pen)

Popularity: 100% [?]

การกลั่นลำดับส่วน (Fractional distillation)

การกลั่นลำดับส่วน (Fractional distillation)  เป็นการแยกสารผสมออกจากกันให้อยู่ในรูปขององค์ประกอบย่อยแต่ละตัว (fractions) เช่น การแยกสารประกอบทางเคมี โดยใช้ความแตกต่างของจุดเดือด (boiling point) ด้วยการให้ความร้อนกับสารประกอบนั้น ซึ่งสารประกอบแต่ละตัวจะถูกแยกออกมาที่ความดันไอแตกต่างกัน การกลั่นลำดับส่วนนี้จัดเป็นการกลั่นชนิดพิเศษ โดยทั่วไปส่วนประกอบของสารเคมีที่จะนำมากลั่นจะมีจุดเดือดต่างกันไม่มากนักประมาณ 25 องศาเซลเซียส หากจุดเดือดของสารผสมที่จะนำมากลั่นมากกว่า 25 องศาเซลเซียสก็สามารถกลั่นได้โดยใช้วิธีการกลั่นแบบธรรมดา (simple distillation)

                อุปกรณ์ที่ใช้ในการทดลองการกลั่นลำดับส่วน จะคล้ายกับอุปกรณ์ที่ใช้ในการกลั่นแบบธรรมดา แต่จะมีอุปกรณ์พิเศษเพิ่มเข้ามาคือส่วนหัวกลั่น (distilling head) จะใช้คอลัมน์แฟรกชั่น (fractionating column) ที่ต่อเข้ากับขวดก้นกลม (round bottom flask) เทอร์โมมิเตอร์(thermometer) และตัวควบแน่น (condensor) ดังภาพประกอบ

fractional_distillation

โดยส่วนใหญ่แล้วการกลั่นลำดับส่วนจะประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมการกลั่นปิโตรเลียม (petroleum refineries) ปิโตรเคมี (petrochemical) อุตสาหกรรมเคมีอื่น (chemical plants) และกระบวนการผลิตก๊าซธรรมชาติ (natural gas processing plants)

                ตัวอย่างการกลั่นลำดับส่วนประยุกต์ใช้กับการกลั่นสารผสมระหว่างน้ำกับเอทานอล(ethanol) ซึ่งน้ำมีจุดเดือด 100 องศาเซลเซียส ในขณะที่เอธานอลมีจุดเดือดอยู่ที่ 78.4 องศาเซลเซียส ความแตกต่างของจุดเดือดสารผสมนี้น้อยกว่า 25 องศาเซลเซียส หากเรานำสารผสมนี้ไปกลั่นแบบธรรมดาและกลั่นเพียงครั้งเดียวจะได้เอธานอลที่มีน้ำเจือปนอยู่ในปริมาณมาก ต้องทำการกลั่นแบบธรรมดานี้หลายๆ ครั้ง จึงจะได้เอธานอลที่มีความเข้มข้นเพิ่มมากขึ้น (น้ำผสมน้อยลง)  แม้กระนั้นก็ตามหากใช้การกลั่นลำดับส่วนกลั่นของผสมนี้ก็ไม่สามารถกลั่นแยกเอธานอลได้ 100 เปอร์เซ็นต์  เนื่องจากที่ความดันไอของส่วนผสมที่จุดหนึ่งเกิด azeotropes คือกลั่นแล้วได้ส่วนประกอบเหมือนเดิมจึงเป็นข้อจำกัดในการกลั่นสารผสมบางชนิด ไม่สามารถทำให้มีความเข้มข้นได้มากกว่า 99 เปอร์เซ็นต์ โดยการกลั่นนี้กลั่นเอธานอลให้มีความเข้มข้นสูงสุดได้ประมาณ 96 เปอร์เซ็นต์ ยังมีน้ำผสมอยู่ 4 เปอร์เซ็นต์ ต้องใช้กระบวนการแยกอื่นๆ เข้ามาช่วย เช่น ใช้สารกรองโมเลกุล (molecular seive) มากำจัดน้ำที่เหลืออยู่ในเอธานอล เป็นต้น

Popularity: 56% [?]

ขวดก้นกลม (round bottom flask)

 round_bottom_flask

ขวดก้นกลม (Round bottom flasks) รูปร่างขวดมีลักษณะก้นขวดกลม มีคอขวดอยู่ด้านบน จึงเรียกว่าขวดก้นกลม ใช้ในปฏิบัติการทางด้านเคมี และชีวเคมี เนื่องจากขวดก้นกลมต้องใช้ในสภาวะอุณหภูมิสูง และใส่สารเคมีหลากหลายชนิด จึงทำด้วยแก้วบอโรซิลิเกต คอขวดต้องมีอย่างน้อย 1 คอ อาจพบ 2 หรือ 3 คอ เพื่อใช้ประโยชน์อย่างอื่นร่วมด้วย เช่น คอหนึ่งใช้ต่อกับเครื่องควบแน่น (condenser) อีกคอหนึ่งใช้ต่อกับเทอร์โมมิเตอร์ (thermometer) ขนาดของขวดก้นกลมมีตั้งแต่ 5 มิลลิลิตร ถึง 5 ลิตร หรือมากกว่า การใช้งานขวดก้นกลม (Round bottom flasks) ใช้ในงานได้หลากหลายประเภท โดยปกติแล้วจะใช้ต้มหรือให้ความร้อน พบได้ในการกลั่นเพื่อแยกสารผสมออกจากกัน

Round bottom flasks (also called round-bottomed flasks and Erlenmeyer Bulbs) are types of flasks having spherical bottoms used as laboratory glassware, mostly for chemical or biochemical work. They are typically made of glass for chemical inertness; and in modern days, they are usually made of heat-resistant borosilicate glass. There is at least one tubular section known as the neck with an opening at the tip. Two or three-necked flasks are common as well. Round bottom flasks come in many sizes, from 5 mL to 5 L, with the sizes usually inscribed on the glass. In pilot plants even larger flasks are encountered.

 

The ends of the necks are usually conical (female) ground glass joints. These are standardized, and can accept any similarly-sized tapered (male) fittings. Standard Taper 24/40 is common for 250 mL or larger flasks, while smaller sizes such as 14 or 19 are used for smaller flasks.

 

Because of the round bottom, cork rings are needed to keep the round bottom flasks upright. When in use, round-bottom flasks are commonly held at the neck by clamps on a stand.

 

Applications

The round bottoms on these types of flasks allow more uniform heating and/or boiling of liquid. Thus, round-bottom flasks are used in a variety of applications where the contents are heated or boiled. Round-bottom flasks are usually used in distillation by chemists as distilling flasks and receiving flasks for the distillate (see distillation diagram). One-neck round-bottom flasks are used as the distilling flasks in rotary evaporators.

 

Round-bottom flasks are often used to contain chemical reactions run by chemists, especially for reflux set-ups and laboratory-scale synthesis. Boiling chips are often added in distilling flasks for distillations or boiling chemical reactions to allow a nucleation site for gradual boiling. This nucleation avoids a sudden boiling surge where the contents may overflow from the boiling flask. Stirring bars or other stirring devices suited for round-bottom flasks are sometimes used. For a reflux set-up, a condenser is typically attached to the middle or only neck of the flask being used. Additional necks on a flask could allow a thermometer or a mechanical stirrer to be inserted into the flask contents. The additional necks can also allow a dropping funnel to be attached to let reactants slowly drip in.

 

Special electrically powered heating mantles are available in various sizes into which the bottoms of round-bottom flasks can fit so that the contents of a flask can be heated for distillation, chemical reactions, boiling, etc. Heating can also be accomplished by submerging the bottom of the flask into a heat bath, water bath, or sand bath. Similarly cooling can be accomplished by partial submerging into a cooling bath, filled with e.g. cold water, ice, eutectic ice/salt mixtures, dry ice/solvent mixtures, or liquid nitrogen 

Popularity: 50% [?]

Search
Glassware Chemical Products